ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์ เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้หากดูแลรักษาตัวเองและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริคสูง เพราะอาหารเหล่านั้นจะไปกระตุ้นทำให้โรคเก๊าท์กำเริบ สารพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริคในเลือด จึงทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งวันนี้เราจะพาไป ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์ ว่าโรคเก๊าท์คืออะไร สาเหตุที่เกิด เกิดจากอะไร รวมถึงอาหารที่คนป่วยโรคเก๊าท์ควรเลี่ยง ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ!

ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์คืออะไร?

โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชาย โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่ข้ออย่างฉับพลัน รวมถึงมีอาการข้อแข็งและบวม ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้า ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคเก๊าท์ก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อข้อต่อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ได้

ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์

สาเหตุของโรคเก๊าท์

 โรคเก๊าท์เกิดจากการมีกรดยูริกในเลือดมากเกินไป ซึ่งสาเหตุของภาวะกรดยูริกในเลือดสูงมีคำอธิบายที่ยังไม่ชัดเจน แต่มีความเชื่อว่าปัจจัยทางด้านพันธุกรรมน่าจะมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว เมื่อกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น อาจตกผลึกในข้อต่อ ซึ่งจะกระตุ้นกระบวนการในระบบภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดการอักเสบ รวมถึงอาการปวดและบวมของข้อต่อ

ทั้งนี้กรดยูริกเป็นกรดที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เองจากการสลายตัวของสารพิวรีนในตับ แต่นอกจากร่างกายจะสร้างกรดยูริกได้เองแล้ว ทั้งกรดยูริกและพิวรีน ยังเป็นสารที่แฝงอยู่ในอาหารหลายชนิด ดังนั้นหากป่วยโรคเกาต์ ก็ควรเลือกกินอาหารอย่างเหมาะสม

ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์

อาการของโรคเก๊าท์

สำหรับโรคเก๊าท์ปฐมภูมิ แบ่งออกเป็น 4 ระยะคือ

  1. ระยะที่ไม่มีอาการ ตรวจพบกรดยูริคในเลือดสูงเท่านั้นซึ่งในเพศชายจะเริ่มมีกรดยูริคสูงตั้งแต่อายุ 14-15 ปี หรือเริ่มเป็นหนุ่ม ส่วนในเพศหญิงจะเริ่มสูงหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว
  2. ระยะข้ออักเสบเฉียบพลัน ระยะนี้มักเริ่มปวดบวมที่ข้อเท้าหรือหัวแม่เท้า อาการปวดข้อรุนแรงมากจนเดินไม่ได้หรือเดินลำบาก หากรับการรักษาอาการจะหายสนิทได้ภายใน 1-3 วัน หากปล่อยไว้ก็อาจหายเองได้ภายใน 4-6 วัน โดยข้ออักเสบจะหายเป็นปกติ
  3. ระยะเป็น ๆ หาย ๆ อาการข้ออักเสบจะกำเริบเป็นซ้ำที่เดิมเป็นๆหายๆ เริ่มแรกอาจกำเริบปีละ 1-2 ครั้ง ต่อมาถี่ขึ้นเป็นปีละ 4-5 ครั้ง ข้ออักเสบจะเพิ่มจำนวนขึ้นจาก 1-2 ข้อ, 3-4 ข้อ จนเป็นหลาย ๆ ข้อ เช่น ที่ข้อเท้า 2 ข้าง, เข่า ช่วงเวลาที่ข้ออักเสบจะยาวขึ้น เช่น เป็นครั้งละ 5-7 วัน, 7-10 วัน
  4. ระยะข้ออักเสบเรื้อรัง มักมีข้ออักเสบหลายข้อ และเป็นตลอดเวลา และระยะนี้มักจะมีปุ่มก้อนขึ้นตามข้อต่าง ๆ ที่มีอาการอักเสบ เช่น ที่ตาตุ่มของเท้า หัวแม่เท้า ข้อศอก เข่า ข้อมือ ซึ่งปุ่มเหล่านี้ คือ ก้อนผลึกยูเรทที่สะสมมากขึ้น บางครั้งจะแตกออกเป็นสารขาว ๆ คล้ายยาสีฟันไหลออกมา หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยจะมีข้อพิการผิดรูปปวดทุกข์ทรมานมาก และอาจมีโรคไตวายแทรกซ้อนได้ และหากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้องจนเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อนยิ่งจะทำให้เกิดโรคเก๊าท์เป็นรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์สามารถพัฒนาอาการของโรคให้รุนแรงมากขึ้น เมื่อไม่มีการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการของโรคบ่อยมากขึ้นไปจนถึงการเกิดก้อนโทฟี่หรือปุ่มนูนใต้ผิวหนังในหลายส่วนของร่างกาย เช่น ตามนิ้วมือ เท้า ข้อศอก หรือเอ็นร้อยหวาย แต่โดยปกติมักไม่ก่ออาการเจ็บปวด แต่เมื่ออาการของโรคกำเริบอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ปวดตามข้อ ข้อต่อบิดเบี้ยวจนผิดรูปไปจากเดิม นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดนิ่วในไตจากการสะสมของผลึกยูเรทในระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยโรคเก๊าท์ ซึ่งอาจนำไปสู่การทำงานของไตที่ปกติหรือเกิดภาวะไตวาย

อาหารสารพิวรีนสูงที่ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ควรเลี่ยง

อาหารที่ มีพิวรีนสูงอาหารที่ มีพิวรีนปานกลางอาหารที่มีพิวรีนน้อย(สามารถทานได้)
เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ, ตับอ่อน, ไส้, ม้าม, หัวใจ, สมอง, กึ๋นน้ำเกรวี, กะปิ, ยีสต์ปลาดุก, กุ้ง, หอย, ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตันปลาซาร์ดีน, ไข่ปลาชะอม, กระถิน, เห็ดถั่วแดง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง, ถั่วดำสัตว์ปีก เช่น เป็ด, ไก่, ห่านน้ำสกัดเนื้อ, ซุปก้อน  เนื้อสัตว์ เช่น หมู, วัวปลาทุกชนิด (ยกเว้น ปลาดุก ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตัน, ปลาซาร์ดีน) และอาหารทะเล เช่น ปลาหมึก, ปูถั่วลิสง, ถั่วลันเตาผักบางชนิด เช่น หน่อไม้, หน่อไม้ฝรั่ง, ดอกกะหล่ำ, ผักโขม, สะตอ, ใบขี้เหล็กข้าวโอ๊ตเบียร์ เหล้าชนิดต่าง ๆ เหล้าองุ่น ไวน์  ข้าวชนิดต่าง ๆ ยกเว้น ข้าวโอ๊ตถั่วงอก, คะน้าผลไม้ชนิดต่าง ๆไข่นมสด, เนย และเนยเทียมขนมปัง ขนมหวาน หรือน้ำตาลไขมันจากพืช และสัตว์  

การดูแลเพื่อลดอาการปวด

ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการปวดในเบื้องต้นได้ ด้วยการหยุดเคลื่อนไหวบริเวณที่มีอาการปวดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังมีอาการ โดยพยายามยกบริเวณข้อต่อที่ปวดให้อยู่สูง หากมีอาการบวมแดงอาจบรรเทาด้วยการประคบน้ำแข็ง หรือรับประทานยาในกลุ่มยาแก้ปวด ยาลดไข้ และยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแอสไพริน

การรักษาโรคเก๊าท์

ในปัจจุบันแพทย์สามารถรักษาโรคเก๊าท์ให้หายได้เกือบ 100% โดยผู้ป่วยควรได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ปัจจุบันเท่านั้น เพราะแพทย์ต้องประเมินหน้าที่ของไตและตับ รวมทั้งโรคประจำตัวของผู้ป่วยก่อนเลือกใช้ยาจำเพาะให้เหมาะสมและติดตามผลการรักษาเป็นระยะ ๆ และผู้ป่วยต้องกินยาเป้นประจำต่อเนื่องหลายปี

ยาหลักจะประกอบด้วย ยากินประจำเพื่อป้องกันไม่ใช้โรคเก๊าท์กำเริบอีก ร่วมกับยากิน เพื่อลดระดับของกรดยูริกในเลือดให้ต่ำลงมาก และนานพอที่จะไปสลายผลึกยูเรทที่สะสมในร่างกายผู้ป่วยให้ค่อยๆ หมดไป เมื่อผลึกยูเรทถูกละลายหมดแล้ว ผู้ป่วยก็หายขาดจาดโรคเก๊าท์ได้

ทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์ กันไปแล้ว โรคอันตรายที่เราพามาทำความรู้จักกันในวันนี้ค่ะ เรียกได้ว่าเป็นโรคที่อันตราย และสามารถมีโอกาสเป็นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิงเลย สำหรับใครที่มีความเสี่ยงที่จะเป็น หรือเป็นโรคนี้อยู่แล้ว แนะนำว่าควรดูแลตัวเองทั้งในส่วนของอาการที่เป็นอยู่ และการเลือกรับประทานอาหารที่อาจทำให้โรคนี้เกิดอาการกำเริบ พร้อมทั้งปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เพื่อทำการักษาอาการนี้ต่อไป

ยินดีต้อนรับเข้าโลกของสัตว์ บอกเล่าความน่ารักของสัตว์โลกน่ารัก ได้ที่ nongnarak หรืออ่านบทความเพิ่มเติมของเว็บเราได้เพียง คลิก